แต่งงานกันนะ? ประโยคคลาสสิคแสนวิเศษ ที่ไม่ว่าสาวๆ คนไหนลองได้ยินคำนี้ออกจากปากของชายหนุ่มคนรักแล้ว หากไม่ยิ้มจนแก้มปริก็อาจมีน้ำตาคลอที่แก้วตาดวงน้อยๆ ทั้งสองข้างด้วยความปลื้มปีติไม่มากก็น้อยล่ะน่า
ทันทีที่คุณตอบตกลงแต่งงานกัน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสถานะของคุณทั้งสองคน ให้กลายเป็นว่าที่เจ้าสาว และว่าที่เจ้าบ่าวในบันดล ที่นี้ล่ะเรื่องวุ่นๆ ก็จะตามมาอีกโขทีเดียว
ไหนจะเป็นการเตรียมงานแต่งงาน การเตรียมชุดเจ้าสาว การจัดแจงเรื่องจัดเลี้ยง การ์ดเชิญ ของชำร่วย งบประมาณการจัดงาน แล้วก็อื่นๆ อีกสารพัด
แหม!! อย่าเพิ่งรีบถอดใจสิคะ ไม่ว่าเรื่องไหนที่คุณอยากรู้ ที่นี่...เรามีคำตอบรอคุณอยู่ค่ะ เราตามไปดูกันนะคะ
- อันดับแรกคุณว่าที่เจ้าสาวต้องคุยกับคุณว่าที่เจ้าบ่าวเสียก่อนนะคะว่าอยากได้งานแต่งงานแบบไหน? อย่างไร?
- ทางการหรือไม่ทางการ? ในสไตล์ที่เป็นคุณ
หลังจากตกลงกันได้แล้วว่าอยากได้งานออกมาในรูปแบบใด ทีนี้ก็ลองมาดีไซน์งานของคุณกันดีกว่าค่ะ ว่าจัดงานแบบไหนถึงจะเหมาะกับคุณที่สุด
จัดงานตามห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม อันนี้ก็จะสะดวกทั้งคุณและแขกด้วย เพราะเดี๋ยวนี้ตามโรงแรมต่างๆ เขามีแพ็คเกจบริการงานวิวาห์ครบวงจร ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เวที ดนตรี ดอกไม้ในงาน เพราะเขาจะมีทีมงานมืออาชีพไว้ดูแลคุณโดยเฉพาะ การเดินทางไปมา ที่จอดรถก็สะดวกสบาย เหมาะสำหรับงานที่มีแขกผู้ใหญ่จำนวนมาก แต่นั่นหมายความว่าคุณก็จะต้องแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะต้องจ่ายให้เขาไปเป็นเงาตามตัวทีเดียวเชียวล่ะ
จัดงานแต่งงานตามสโมสร อีกวิธีที่สะดวกไม่แพ้กัน ถ้าคุณพ่อหรือคุณแม่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นข้าราชการก็ลองเลือกจัดงานตามสโมสร ก็น่าจะดีนะคะ เพราะนอกจากแขกผู้ใหญ่ของท่านจะมางานกันได้อย่างเป็นกันเองแล้ว คุณยังได้ส่วนลดค่าเช่าสถานที่อีกด้วย
- จัดงานที่โรงเรียน ถ้าหากบ่าวสาวคู่ไหนเคยพบรัก หรือเรียนจบจากที่เดียวกันก็แนะนำให้เลือกจัดงานที่หอประชุมโรงเรียนของตัวเองก็เวิร์คค่ะ เพราะนั่นจะทำให้คุณทั้งสองคนนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่เคยพบรัก หรือเคยนั่งเรียนด้วยกันมา ไม่แน่นะงานแต่งงานของคุณ อาจกลายเป็นงานเลี้ยงรุ่นดีๆ นี่เอง
- จัดงานอย่างเรียบง่ายที่บ้านของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยิ่งหากเป็นบ้านที่มีพื้นที่เป็นสนามหญ้ากว้างขวาง หรือบ้านทรงไทยสวยๆ ก็น่าอวดแขกดีเหมือนกันนะคะ ข้อนี้เหมาะกับงานที่มีแขกส่วนมากเป็นญาติของทั้งสองฝ่าย หรืองานที่แขกไม่มากนัก เพราะไม่ต้องยุ่งยากในการจัดงานหรือการเดินทาง แถมบรรยากาศก็เป็นกันเองด้วย
- งานปาร์ตี้ริมทะเล นี่แหละงานในฝันของเจ้าสาวที่สุดแสนจะโรแมนติก ด้วยบรรยากาศยามพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ท้องฟ้าสีส้มสะท้อนเม็ดทรายสีน้ำตาลละเอียดท่ามกลางน้ำทะเลสีฟ้าใส กับลมทะเลเย็นๆ ที่พัดมาปะทะผิวกายให้ชุดเจ้าสาวพริ้วไหวไปมา ว้าว! อะไรจะโรแมนติกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แต่ข้อจำกัดของการจัดงานริมทะเลก็คือต้องเป็นงานที่มีจำนวนแขกไม่มากจนเกินไป และชายหาดที่จัดงานก็มักอยู่ตามต่างจังหวัดนะคะ
- งานแต่งงานในสวน บรรยากาศก็ดี ลมพัดเย็นสบาย หากคุมโทนสีของงานด้วยดอกไม้หรือลูกโป่งที่คุณชื่นชอบ ก็จะเป็นปาร์ตี้ที่น่าสนใจไม่น้อย เดี๋ยวนี้สวนสวยในกรุงเทพฯ ก็มีอยู่มากมาย จะสวนเล็กสวนใหญ่ก็แล้วแต่ความสะดวกค่ะ
ทั้งนี้ต้องพิจารณาถึงปัจจัยหลายอย่างด้วยกันนะคะ
- อย่างแรกเลยต้องดูจำนวนแขกที่จะมาร่วมงาน ลองลิสต์รายชื่อดูว่ารวมแล้วประมาณกี่คน จะได้ดูว่าสถานที่ๆ คุณจะจัดงานนั้นจุคนได้เพียงพอหรือเปล่า
- การเดินทางสะดวกหรือไม่ ถ้าหากเป็นต่างจังหวัดก็อาจต้องมีที่พักรองรับแขกบางส่วนด้วย
- ต่อมาต้องดูกันที่งบประมาณเพราะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะถ้าหากคุณอยากได้งานแบบหรูหราแต่ว่าเงินในกระเป๋าไม่เอื้ออำนวยก็ไม่ไหวค่ะ
หากไม่ต้องการยุ่งยากมากนักก็ตัดสินใจจ้างปรึกษา หรือบริษัทออแกไนเซอร์มืออาชีพไปเลยก็ดีนะคะ จะได้หมดกังวลเรื่องเหล่านี้ไปเสีย แล้วใช้เวลาไปกับการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวแสนสวยและบ่าวสุดหล่อได้อย่างเต็มที่ไงล่ะ
แต่…ไม่ว่าคุณจะเลือกจัดงานแต่งงานที่ไหน รูปแบบใด ก็ขอให้คุณมีความสุขกับวันสำคัญของชีวิตค่ะ แล้วกลับมาเจอกันใหม่นะคะ....Have a good dream ka

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น