วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เพราะเสียงหัวใจบอกให้มีกันและกัน (ตอนที่ 3)....โดย ทรายสีชมพู

ผมนั่งเรียนวิชาแรกของชีวิตนักศึกษาด้วยความรู้สึกดีๆ คงเป็นเพราะผมเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ด้วย เลยทำให้ผมมีความสุขกับการได้มาเรียนอะไรที่ตัวเองชอบและค่อนข้างถนัด คือผมเป็นนักร้องครับ ผมร้องเพลงมาตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม ผมเป็นนักร้องนำประจำวงดนตรีที่เล่นในโรงเรียนครับ แล้วผมก็ชอบเล่นกีตาร์เป็นชีวิตจิตใจเลย ที่สำคัญที่สุดวันนี้ผมได้แอบมองหน้า “วา” ด้วยแหละ เธอคงไม่รู้หรอกเพราะเธอตั้งใจเรียนมากๆ เลย ส่วนผมน่ะหรือเป็นประเภทปฏิบัติปึ้กแต่ทฤษฎีแป้ก จนกระทั่งวิชาที่สองผมก็เข้าห้องเรียนสายจนที่นั่งด้านหลังเต็มหมดแล้ว (ซึ่งเป็นเรื่องปกติของนักศึกษาที่มักจะเลือกที่นั่งจากแถวหลังก่อนไล่มาถึงแถวหน้า) จึงต้องมานั่งด้านหน้า ซึ่งเหลือที่ว่างตรงข้างๆ วาพอดี ผมจึงขอเข้าไปนั่งข้างๆ เธอ

“ขอนั่งตรงนี้ได้ไหมครับ” ผมถามเธอ

“ได้ค่ะ ยังไม่มีใครนั่ง” เธอตอบพร้อมกับหยิบสมุดหนังสือที่วางกองอยู่ตรงนั้นออกให้ผมนั่ง ทำเอาผมเขินไปเหมือนกันแฮะที่ได้มานั่งใกล้ๆ กับคนที่ตัวเองแอบมองอย่างนี้ ชั่วโมงนี้ผมคงนั่งเรียนไปอมยิ้มไปแน่เลย เฮ่อ!

......................................................
กะแตสะกิดฉันใหญ่หลังจากนายโจ้สุดหล่อของเธอมาของนั่งข้างๆ ฉัน นอกจากสะกิดแล้วก็ยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อีกแน่ะ
“ไง! เชื่อฉันหรือยังว่านายโจ้ต้องแอบปิ๊งเธอแน่นอน” ยัยแตซึ่งนั่งอยู่อีกข้างทำกระซิบกระซาบกับฉัน
“บ้าน่า เขาแค่ไม่มีที่นั่งต่างหากเล่า” ฉันหาเหตุผลให้เขา
“ไม่จริงหรอก ข้างๆ ยัยดาวคณะสุดสวยนั่นก็ว่าง ไม่เห็นเขาจะไปนั่งเลย” ยัยแตยังเถียงไม่เลิก จนฉันต้องเป็นฝ่ายเงียบไปเอง...แต่ก็ต้องยอมรับว่าอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องที่เธอพูด ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ล่ะ..อึ๋ย..
......................................................
ความวุ่นวายของเฟรชชี่และบรรดานักศึกษารุ่นพี่ของคณะนิเทศศาตร์ที่มารวมตัวกันเพื่อรอคอยการเดินทางไปรับน้องถึงนอกสถานที่ต่างก็ใจจดจ่อกับการได้ไปเที่ยวเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และเมื่อเวลา 8 นาฬิกาตรง รถบัสขนาดใหญ่กว่า 80 ที่นั่งก็มุ่งหน้าออกจากมหาวิทยาลัย ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้เรียกเอารอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากพี่น้องไปตลอดทางด้วยการสร้างสีสันจากพี่บัณฑิตสุดฮา
“วา ขอโจ้นั่งด้วยคนนะ” ผมแอบเดินมาขอนั่งกับเธอ (อีกแล้ว) ก็แหม! กว่าจะถึงโคราชผมจะได้ทำความรู้จักกับเธอไปเรื่อยๆ ไง
“ได้สิ พอดียัยแตติดธุระด่วนก็เลยเบี้ยวเรากะทันหันน่ะ” เธอบอกผมแล้วยิ้มให้ ยิ้มที่ยังคงน่ารักอยู่เสมอ
และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผมกับเธอ ยิ่งนานวันผมก็ยิ่งชอบเธอมากขึ้น เพราะนอกจากความสดใสน่ารักของเธอแล้ว เธอยังแสนดีมีน้ำใจกับทุกคนและเอาใจใส่คนรอบข้างเสมอ อย่างตอนที่เราไปรับน้องที่โคราชครั้งนั้น เธอก็ยังช่วยปฐมพยาบาลให้ผมจากความเซ่อซ่าสะดุดล้มจนได้เลือดระหว่างการเดินป่า และอีกหลายครั้งที่เธอช่วยติวข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์สุดโหดให้ผมและเพื่อนๆ จนผ่านเส้นตายกันมาได้อย่างหวุดหวิด ต้องขอบคุณที่วันนี้ผมมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเธอ และผมตั้งใจว่าจะบอกความในใจกับเธอในไม่ช้านี้
......................................................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น