- พิธีกรในงาน เป็นบุคคลที่สำคัญมาก เพราะมีส่วนในการทำให้งานของคุณราบลื่นไปตามลำดับ คุณจึงควรกำหนดตัวพิธีกรที่บุคลิกดูดี แต่งตัวถูกกาลเทศะ และไว้ใจได้มาเป็นผู้ดำเนินงานให้คุณ ไม่อย่างนั้นงานคุณอาจเละไม่เป็นท่าได้ อย่างเช่น พิธีกรดื่มเหล้าจนเมาพูดชื่อบ่าวสาว หรือผู้ใหญ่คนสำคัญผิดๆ ถูกๆ หรือ ใส่ชุดสีม่วงมาขึ้นเวที อันนี้ก็ไม่เหมาะจะมางานมงคลสมรสนะคะ ทางที่ดีควรมีการซักซ้อมหรือพูดคุยกันก่อนพิธีจริงสักครั้งสองครั้ง และเขียนชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง ของบ่าวสาว พ่อแม่ และผู้ใหญ่ที่จะขึ้นเวทีให้พิธีกรอ่านให้คุณฟังเสียก่อนค่ะ เพื่อป้องกันควมผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น
- สคริปต์งาน ควรดูลำดับงานให้ต่อเนื่องกันไปจนจบพิธีการ เจ้าบ่าว จ้าสาว พ่อ แม่ ผู้ใหญ่จะได้ไม่ต้องขึ้นๆ ลงๆ เวที หากมีเซอร์ไพรซ์อะไรก็ให้อยู่หลังพิธีการเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เป็นการตัดเค้กของบ่าวสาวแล้วเดินเอาไปให้ผู้ใหญ่ เป็นอันจบพิธี หรือถ้ามีกิจกรรมอะไรต่อก็ให้พิธีกรประกาศเพื่อให้แขกรอดู ไม่อย่างนั้นหลังจากการตัดเค้กแขกจะนึกว่าจบงานแล้วเขาจะทยอยกลับก่อน หมดสนุกเอาได้นะคะ
- คนตรีและเครื่องเสียงในงาน เรื่องแรกไมโครโฟน เสียงเบาไป ดังไป ก็มีผลนะคะ ปกติบนเวทีจะมีไมโครโฟน 2 ตัว ควรให้เจ้าหน้าที่เช็คเสียก่อนว่าเสียงจะดังพอให้แขกได้ยินทั่วงาน เพราะส่วนใหญ่เวลาบ่าวสาวขึ้นเวที จะเขินอายแล้วพูดเสียงเบา แต่ก็ไม่ใช่ดังมากจนเกินไปนะคะ เดี๋ยวแขกจะนึกว่ามาเที่ยวงานวัด ส่วนนักร้อง วงดนตรี และเครื่องเสียง เลือกที่มั่นใจว่ามีคุณภาพ เข้ากับ theme และสไตล์ของงาน อย่าเกรงใจญาติที่เขาจะหามาช่วย เพราะจะทำให้คุณควบคุมแนวเพลงให้ไปในทางเดียวกันไม่ได้
- โฟมตัด ป้ายวันงาน แนะนำว่าควรไปดูแบบด้วยตัวเองก่อนวันงาน เพื่อป้องกันความผิดพลาดเรื่องขนาด สี แบบตัวอักษร และตัวสะกดที่ถูกต้อง ที่สำคัญป้ายบอกทางเข้างานต้องใหญ่และเห็นชัดเจน เพราะถ้าวันงานเกิดมีงานอื่นจัดพร้อมกับคุณ แล้วป้ายงานคุณเล็กเกินไป แขกอาจหลงเข้าผิดงานได้ค่ะ
- Presentation ควรทดลองฉายก่อนงานเริ่ม เพื่อป้องกันความผิดพลาดว่าแผ่นเปิดไม่ติด เครื่องเล่นใช้ไม่ได้ หรือระบบเสียงมีปัญหา ควรต่อปลั๊ก ต่อสายไฟเตรียมไว้ ดูว่าตำแหน่งที่จะฉายมีอะไรบังสายตาแขกหรือเปล่า เช่น ขาไมค์ แจกันดอกไม้ ฯลฯ
- ช่างภาพ ช่างVDO บ่าวสาวหลายคู่ที่ผ่านงานแต่งงานมาแล้วแนะนำว่าควรจ้างช่างมืออาชีพค่ะ เพราะงานแต่งงานและช่วงเวลาแห่งความประทับใจของชีวิตมีแค่ครั้งเดียว ซึ่งจะจบลงภายในหนึ่งวัน หากคุณไม่ลงทุนกับช่างภาพมืออาชีพแต่กลับวานให้เพื่อนหรือญาติมาถ่ายให้ (เพราะกลัวเปลืองเงิน) ก็อาจต้องมานั่งเสียใจหลังงานเลิกได้นะคะ หากมาพบว่าภาพที่ได้มาขาดมุมหรือความรู้สึกบางอย่างไป เพราะช่างมืออาชีพจะรู้ว่าช่วงไหน จังหวะไหน อารมณ์ใดควรเก็บภาพบ้าง แต่ทั้งนี้คุณก็ต้องเห็นผลงานของเขาก่อนการตัดสินใจจ้างนะคะ จะได้รู้สไตล์และฝีมือของทั้งช่างภาพ และช่าง VDO
เห็นภาพแล้วใช่ไหมคะว่าการจัดงานแต่งงานทั้งที ก็มีรายละเอียดในแต่ละเรื่องที่สำคัญต้องดูแล คุณอาจต้องเหนื่อยสักหน่อย แต่เชื่อว่าคุณจะมีความสุขกับทุกสิ่งที่ได้ทำค่ะ...........

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น