วันนี้เป็นการสอบปลายภาคเรียนที่สองของนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างฉัน เลยต้องตั้งใจอ่านหนังสือสุดฤทธิ์ และฉันก็มีภาระเพิ่มขึ้นอีกอย่างคือ เป็นผู้ช่วยติวหนังสือให้กับโจ้ผู้ซึ่งตามติดฉันมาตลอดหลังกลับมาจากการรับน้องเมื่อต้นเทอมก่อน เราพูดคุยและเห็นหน้ากันบ่อยขึ้น สนิทกันมากขึ้น จนเพื่อนๆ ในคณะต่างยุให้เราเป็นแฟนกัน
แต่ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจ เพราะโจ้ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลยสักครั้ง นอกจากการกระทำที่ใครๆ พากันคิดเอาเองว่าเขามีใจให้ฉัน บางทีการคิดอะไรข้างเดียวมันก็เสี่ยงและไม่คุ้มกับการแอบคิด เพราะหากไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ต้องเจ็บอยู่ฝ่ายเดียว ฉันเลยชวนกะแตไปเดินห้างดูอะไรเพลินๆ สักหน่อย จะได้หยุดความคิดฟุ้งซ่านพวกนี้ด้วย
ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ (ตัวการทำโลกร้อน) ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตั้งแต่ฉันกับยัยแตเดินเข้ามาภายในตัวอาคารศูนย์การค้าชื่อดังใจกลางเมือง ฉันคิดว่าจะชวนเพื่อนสาวไปกินไอติมดับร้อนเสียหน่อย แต่กลับต้องหยุดความคิดลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นโจ้กับผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเลือกซื้อกีต้าร์อยู่ในร้านขายเครื่องดนตรีด้วยท่าทีหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บที่หน้าอกอย่างบอกไม่ถูก หมดแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง
ฉันเพิ่งรู้วันนี้เองว่าโจ้มีใครอยู่แล้วในหัวใจซึ่งไม่ใช่ฉัน แต่เป็นผู้หญิงคนนั้น คนที่ยืนเคียงข้างเขาในเวลานี้เอง แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร หรือฉันมีค่าแค่เพื่อนคนหนึ่งของเขาเท่านั้น ความน้อยใจพลุ่งพล่านขึ้นมาทำให้ฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หมดเรี่ยวแรงที่จะเดินต่อไปได้อีก ขาสองข้างรับคำสั่งจากหัวใจว่าต้องออกจากที่ตรงนี้ ก่อนที่จะให้คนอย่างเขาต้องมาเห็นน้ำตาของฉัน
“เสียแรงที่เราไว้ใจคิดว่าเป็นคนดี ที่ไหนได้โจ้ก็หลอกเพื่อนเรา” ยัยแตพูดขึ้นเมื่อเราเดินออกมาจากตัวห้างแล้ว
“ช่างเถอะ! โจ้ไม่ผิดหรอก เราคงคิดไปเองมากกว่า เพราะเขาก็ยังไม่เคยบอกเรานี่นะว่าเขาไม่มีใคร” ฉันบอกเพื่อนไปอย่างนั้นทั้งที่วันนี้ฉันเสียใจที่สุด
“ต่อไปนี้เราจะไม่ให้เขามายุ่งกับวาอีกเลย เราขอโทษนะวาที่ผ่านมาเราเข้าใจว่าเขาเป็นคนดี แต่ที่ไหนได้ ก็มาหลอกเพื่อนเรา” หล่อนทำท่าโกรธเป็นฟืนไฟ จนฉันนึกขอบคุณที่มีเพื่อนดีๆ แบบนี้
“ขอบใจนะแต ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่เป็นอะไร” ฉันพูดกับแตก่อนจะแยกกันกลับ
......................................................
วันนี้ผมตั้งใจจะไปซื้อกีต้าร์สวยๆ สักตัว เลยชวนน้องสาวไปช่วยเลือกที่ร้านขายเครื่องดนตรีบนศูนย์การค้าใกล้บ้าน หวังว่าจะใช้มันเพื่อบอกความในใจกับวาเร็วๆ นี้ ผมจึงต้องพิถีพิถันในการเลือกกันหน่อย เลยพากันอยู่ในร้านค่อนข้างจะนาน
ยัยน้องสาวตัวดีจับไต๋ผมได้ก็เลยแกล้งแซวผมจนทำอะไรไม่ถูก ด้วยความที่ผมมีน้องสาว (ซึ่งนิสัยออกจะห้าวเกินสาว) คนเดียว เลยทำให้เราสนิทกันมาก พี่เจ้าของร้านเลยนึกว่าเราเป็นแฟนกัน
พอผมเลือกซื้อได้ที่ถูกใจเรียบร้อยก็เดินออกมาจากร้าน พอดีกับที่ผมเหลือบไปเห็นวากับแตอยู่ไวๆ เลยว่าจะเข้าไปทักและแนะนำให้รู้จักกับน้องสาวเสียหน่อย แต่ก็ไม่ทันเพราะเธอเดินเร็วเหลือเกิน ไม่เป็นไรเอาไว้คราวหลังก็ได้ เพราะตอนนี้ผมมีภารกิจใหญ่ที่สำคัญกว่า
......................................................

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น